Bangkok Traffic (Love) Story...
posted on 18 Oct 2009 22:52 by normajumpเพราะวันฝนตก ครึ้มฟ้าครึ้มฝน และอากาศเหงาๆ แบบนี้ทำให้ผมนึกคันไม้คันมือ คันหัว(ใจ)อยากจะละเลงความรู้สึกนึกคิดบางอย่างที่ฝังอยู่ในหัว(ใจ)ออกมาบ้าง บรรยากาศมันเป็นใจที่สำคัญคือ วันนี้เกาะกระแสภาพยนตร์ที่ค่อนข้างมาแรงในช่วงนี้ ไปดูกับแก๊งสเตอร์สมัย ม.ปลาย กับภาพยนตร์ที่มีชื่อว่า “ รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ ” หนัง feel good เจ๋งๆจากค่าย GTH ที่การันตีเรื่องนี้อยู่แล้ว เป็นหนังไทยในไม่กี่เรื่องที่มีอิทธิพลต่อจิตใจของผมแบบ ตรงๆ และ แรงๆ
ในส่วนของนักแสดงนำอย่าง คริส หอวัง เคยได้ยินชื่อมาแล้ว เคยเห็นผลงานโฆษณาผ่านตามาบ้าง แต่ไม่ได้รู้สึกสนใจอะไรเป็นพิเศษ แต่หลังจากได้ไปดูหนังเรื่องนี้มาแล้ว ความคิด พลิก เลยทันที คริส เป็นคนที่มีเสน่ห์มาก น่ารัก แสดงได้โคตรฮาเลย และสาบานได้ผมยิ้มตามเธอเกือบทั้งเรื่อง เพ้อไปแล้ว ๕๕๕+ อิจฉากุ๊ยอุ๋ย ณ Buddha Bless เลยทีเดียว ส่วนพี่เคน ก็ดีครับ สาวกรี๊ดเยอะดีในโรงหนังน่ะ...
ขณะที่ดูหนัง หัวผมก็คิดตามเรื่องตลอด คือพูดง่ายๆว่าอินตามเลยน่ะครับ ดูๆไปแล้วก็ย้อนกลับมาคิดถึงตัวเองตลอด เออว่ะ... เป็นเหมือนกันว่ะ... จริงว่ะ... ยังงั้นยังงี้ หนังเรื่องนี้เป็นหนัง feel good จริงๆครับ ดูแล้วมีความสุข จบแบบมีความสุข รู้สึกดีจริงๆ แต่หลังจากเดินออกจากโรงหนัง ผมกลับรู้สึกไม่ค่อยดี ผมไปเอาบรรยากาศเครียดๆในหนังมาคิดมากเกินไป ใครกำลังจะไปดู แนะนำว่าอย่าดูคนเดียวนะครับถ้าคุณเป็นคนอ่อนไหวง่าย ขณะดูหนังมันรู้สึกดีครับ แต่พอดูจบความรู้สึกมันจะตีกลับเข้าใส่หน้าของคุณแรงๆครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะทำให้คุณคิดมากเหมือนอย่างผม เพราะหนังมันให้ความรู้สึกที่ดีเกินไป เราเลยรู้สึกโหยหาอยากจะพบเจอบ้าง...
ในขณะที่คนรอบตัวกำลังดื่มด่ำช่วงเวลาดีๆกับคนที่รัก (ในที่นี้เข้าใจตรงกันว่ายกเว้น พ่อ แม่ พี่ น้อง ครอบครัวไปนะ คนที่รักกลุ่มนี้แยกกันไปเลย ไม่เหมือนกัน) ตัวเองกลับกำลังล่องลอยไปเรื่อยๆตัวคนเดียว ไม่รู้เหนือรู้ใต้ คือ กูจะเอายังไงกับชีวิต ความรู้สึกแบบนี้หลายๆคนเรียกมันว่า ความเหงา ผมว่าก็คงใช่ แม้จะพยายามปฏิเสธและหลีกหนีคำๆนี้มาตลอด หากิจกรรมทำ อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ เล่นดนตรี พยายามไม่ทำตัวให้ว่าง มันก็ลืมอะไรๆไปได้พักนึง แล้วมันก็กลับไปหาไอ้ ความเหงา นั่นอีก เชื่อแล้วว่าคนเรามันหนีความจริงไม่พ้น
ตัวละครในหนังอาจจะรู้สึกแย่มากกว่าตัวเรา นั่นเพราะเขาเป็นคนในวัยทำงานแล้ว เพื่อนๆรอบตัวค่อยๆทยอยแต่งงานแล้วก็หายกันไป แม้จะไม่ได้ลาจากแต่เวลาส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใช้ร่วมกับเราเหมือนอย่างเมื่อก่อน บางคนอาจต้องเปลี่ยนที่ทำงานใหม่เลยหลังจากแต่งงาน
ไดอะล็อกช่วงหนึ่งจากในหนังที่ เหมยลี่ นางเอกของเรื่องพูดกับเพื่อนสาวที่พึ่งแต่งงานและก็พึ่งย้ายออกจากที่ทำงานไป ใจความประมาณว่า
“ ฉันกินข้าวคนเดียวมา 2 เดือนแล้วนะเว้ย ”
“ ฉันเหงา ”
แล้วก็กอดคอร้องไห้กับเพื่อน
มันเป็นช่วงหนึ่งของหนังที่ทำให้รู้สึกแย่มากๆ เข้าใจอารมณ์เลยว่ามันเป็นยังไง บทสนทนาช่วงนั้นทำเอารู้สึกเฟลลงไปเลย คือ ถึงเราจะไม่ได้ถึงขนาดต้องกินข้าวคนเดียว แต่เออ...รู้สึกอ่ะ เออ เม่งโคตรเหงาเลย
กับอีกเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างทำให้กระบวนการความคิดผมแกว่งได้ก็คือ ไดอะล็อกอีกช่วงหนึ่งที่เพื่อนสาวพูดกับตัวเหมยลี่ประมาณว่า
“ คนรักไม่ใช่ใครที่จะต้องคอยอยู่กับเราตลอดเวลา คนรักมีไว้เพื่อให้เราได้รับรู้ความรู้สึกถึงว่า มีเขาอยู่ด้วยกัน เท่านั้น ”
แต่คำพูดของเหมยลี่นั้นค่อนข้างตรงกับความคิดผมอยู่เหมือนกันคือ
“ ถ้าหากมีแฟนแล้ว แฟนไม่สามารถจะอยู่ด้วยกันได้ ไม่มีเวลาให้กันจะมีไปทำไม ”
ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดแบบเพื่อนสาวของเหมยลี่ครับ แต่พอได้พบเจอ ได้เข้าใจอะไรหลายๆอย่าง จึงพบว่า จริงๆแล้วมันไม่ใช่ ความจริงแล้วมันเป็นแบบที่เหมยลี่พูดนั่นแหละ
ถ้าตัวเราเองไม่มีความสามารถที่จะให้เวลากับใครคนนึงได้ ผมว่ามันจะเป็นการทำร้ายจิตใจของอีกฝ่ายไปเสียเปล่าๆ อย่าคบกันให้เสียเวลาเลย ในความเป็นจริงใครๆก็ต้องการจะใช้เวลาร่วมกับคนที่รักทั้งนั้นถูกไหมครับ ดูแล้วก็เข้าใจคนทั้งคู่ คนนึงทำงานเช้า คนนึงทำงานกลางคืน เวลาสวนทางกันตลอด พอมองกลับมาที่ตัวเอง เออว่ะ...กูมันไม่เหมือนคนอื่น...
นี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลนึงที่ทำให้ผมหลีกหนีความรู้สึกไร้สาระบ้าๆบอๆนั่นไม่ได้ซักที ทุกทีพอคิดขึ้นมาแว้บนึงในหัว มันก็รู้สึกแย่พอละ วันนี้ได้ดูหนังดีๆเรื่องนี้เลยยิ่งคิดหนักเข้าไปใหญ่ โคตรเซ็งเลยครับบอกตรงๆ
ชีวิตจริงมันไม่ได้มีเหตุการณ์บังเอิญวันละสี่ห้ารอบเหมือนในหนัง
เพลง โปรดส่งใครมารักฉันที ของวง Instinct ผมฟังครั้งแรกเฉยๆ ไม่รู้สึกอะไรเลยไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษ แต่พอได้ดูหนังเรื่องนี้ มันทำให้ผมพอจะซึมซับอะไรบางอย่างจากมันมาได้บ้างแล้ว
สุดท้ายขอยืนยันครับ ว่าเป็นหนัง feel good ที่ดีจริงๆ Happy Ending ประทับใจคนดู ใครสนใจอยากดูขอเชิญเลยครับไปกันเยอะๆ มีเพื่อนชวนเพื่อน ใครมีแฟนก็ไปกับแฟน แล้วจะรักกันมากขึ้นๆ
edit @ 19 Oct 2009 00:20:09 by Norma Jump